สวัสดี..ครับ ขอตอนรับสู่เวปไซต์ของคนคอเดียวกัน ที่มีวัตถุประสงค์ในการทำให้รถเราหล่อ สวย และสะอาดอยู่ตลอดเวลา ![]() ในทุกวันนี้มีผลิตภัณฑ์ของหลายๆสำนักที่ทำออกมาเพื่อดูแลรักษา และปกป้องสีรถของคุณให้สดใส สวยงามอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าคุณจะเจอสภาพอากาศแบบไหนมา เมื่อทำการล้างใหม่อีกครั้งก็จะกลับมาเงางามสวยใสใหม่ดังเดิม ดังนั้นถ้าเราคิดว่า แม้..เดี่ยวเคลือบ WAX ไปแล้ว ก็เจอฝนอยู่ดี.. อ๊ะๆ!!! นั้น นะซิคั๊บแต่ถ้าไม่ทำการเคลือบสีไว้บ้าง สิ่งที่สกปรกก็จะเกาะติดแน่นขึ้นอีก ไปเลื่อยๆจนเวลาที่เราลูบสีรถเราเองแล้ว จะรู้สึกว่ามันไม่เรียบเหมือนตอนที่เราซื้อรถมาใหม่ๆ ในตอนแรกเลย ดังนั้นเรามาทำการดูแลถนอมรักษารถกันดีกว่าว่ามี รูปแบบใดบ้าง จุดประสงค์แรกก็คือเราต้องการให้สีรถเรามีความเงางาม สะอาด เรียบเนียน และสดใส จากชั้นแรกนั้นก็คือ แลกเกอร์หรือ(Clear Coated) ของรถเรานั้นเอง เมื่อสีรถของคุณกำลังจะโดนทำลายถ้าเราไม่ปกป้องดูแล ไว้ตั้งแต่เริ่มแรก สีรถที่ใหม่ เงางามเป็นประกายตั้งแต่ออกรถมา ก็อาจจะหม่นหมองไปโดยที่เราไม่รู้ตัวได้ครับ ถ้าเป็นเช่นนั้นตอนนี้เราลองมาดูซิว่ารถสุดที่รักของเราตอนนี้ รอบคันมีจุดบกพร่องอะไรอยู่บ้าง อย่างเช่น ละอองสี ยางไม้ สิ่งสกปรกที่ติดบนผิวสี ขี้ไคลสี แต่ถ้าดูแล้วรถเรายังคงสะอาดหมดจด หรือว่าเพิ่งถอยออกมาจากโชรูมสดๆร้อน อย่าเสียเวลาการปกป้องรถสุดที่รักของเราอยู่เลยครับ โดยทำการล้างทำความสะอาดด้วยขั้นตอนแรกไม่ว่าจะใช้แชมพูล้างรถของยี่ห้อต่างๆที่มีอยู่ในท้องตลาดเวลานี้ ขอให้คุณลองตรวจสอบว่าไม่มีส่วนผสมของผงซักฟอกในการทำความสะอาด ควรดูว่าให้ค่า ph นั้นเป็นกลาง ในบางยี่ห้ออาจมีส่วนผสมของ WAX หรือสารโพลิเมอร์สังเคราะห์เพื่อทำให้สีรถของคุณเงางาม และคงความใหม่อยู่เสมอ และแนะนำว่าอย่าล้างรถในที่กลางแจ้งที่มีแดดแรงส่องผ่าน เพราะถ้าเราล้างหรือเช็ดไม่ทัน เมื่อเกิดความร้อนมากๆ ผิวสีรถของท่านจะร้อนและจะทิ้งคราบน้ำได้เร็วมาก อาจส่งผลที่ไม่ดีต่อสีรถของคุณ ทำให้เกิดสีด่างเป็นดวงๆได้พยายามล้างรถสัปดาห์ละ 1 ครั้ง. เพื่อขจัดคราบไม่ให้สิ่งสกปรกเกาะติดไว้นานครับ และดูแล wax ที่เคลือบไว้ ในกรณีที่ได้ทำการเคลือบ wax ไว้ตั้งแต่แรกแล้ว ขั้นตอนแรกฉีดน้ำไล่จากหลังคาด้านบนลงมาด้านล้างเพื่อล้างฝุ่นและกรวดทรายออกก่อน ผสมน้ำยาล้างรถกับน้ำลงในถังน้ำ พยายามใช้แค่น้ำยาที่เราผสมแค่ครึ้งนึงของส่วนที่เราผสมเท่านั้นเพราะ ฝุ่นและสิ่งสกปรกจะจมสู่ส่วนล่างของถัง น้ำยาส่วนนี้อาจจะทำลายสีรถของ่ทานได้เพราะเกิดจากสิ่งสกปรกที่ติดอยู่กับฟองน้ำของเราที่ตกลงยังก้นถังนั้นเองเมื่อเราจุ่มลงไปใช้เมื่อใกล้หมดถังอาจติดเอากรวดทรายและสิ่งสกปรกกลับมาทำร้ายความเงางามของรถคุณใหม่ได้ เมื่อผสมน้ำยากับน้ำแล้ว ให้ใช้ฟองน้ำที่สะอาดโดยเริ่มล้างจากด้านบนสุด ไปส่วนต่างๆของด้านข้าง และด้านล่างตามลำดับ ต่อมาล้างน้ำยาออกด้วยน้ำเปล่า อย่าปล่อยให้น้ำยาแห้งเอง บีบฟองน้ำทุกครั้ง เมื่อจุ่มฟองน้ำลงในถังเพื่อกำจัดฝุ่นออกให้หมดเสียก่อน ไม่ใช้ฟองน้ำสำหรับทำความสะอาดผิวรถปะปนกับฟองน้ำสำหรับทำความสะอาดล้อนะครับ ควรจะแยกออกเป็นสองถังน้ำได้ก็จะดีมากครับ ![]() และต่อมาเช็ดทำความสะอาดให้แห้งด้วย ผ้าชามัวร์ หรือผ้าไมโครไฟเบอร์เช็ดส่วนที่เป็นผิวสี ส่วนผ้าชามัวร์ผืนเก่าๆ ให้นำมาใช้ทำความสะอาดส่วนที่เป็นล้อรถ หรือขอบประตูต่างๆ เพื่อแยกผ้าที่ใช้เช็ดตัวรถ ส่วนด้านล่างหรือล้อรถ ออกจากกันจะดีที่สุดครับ หลังจากล้างรถแล้วต่อด้วยขั้นตอนการเคลือบสี จะทำให้สีรถของท่านลื่นและเงางาม เมื่อสัมผัสได้ด้วยตาและมือของคุณเอง เรามาดูกันว่าขั้นตอนที่สองการเคลือบ WAX มีอะไรบ้างนะครับ หลังจากล้างรถเสร็จและเช็ดให้แห้งด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์แบบหนาซึ่งมีขายอยู่ตามท้องตลาดทั่วไปแล้วถ้าจะให้คุณภาพที่ดียิ่งขึ้นควรปรับสภาพสีรถของคุณให้เรียบที่สุดเท่าที่จะทำได้ ก่อนที่จะลงมือทำการลง WAX ด้วยการเพิ่มน้ำยา Quick Detailer ที่มีคุณสมบัติในการขจัดคราบสิ่งสกปรกที่บ้างทีเราล้างออกด้วยแชมพูล้างรถไม่หมด ก็ใช้ยา Quick Detailer ควรใช้ควบคู่กับผ้าไมโครไฟเบอร์ชนิดหนานุ่ม จะได้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุดครับ ![]() ต่อมาการเคลือบสีกับฟองน้ำลงน้ำยา WAX บางยี่ห้อก็จะมีฟองน้ำให้มากับแพ็กเกตด้วยแล้ว การลงน้ำยา WAX นั้นควรลงเป็นวงๆ เหมือนก้นหอยไปทั่วๆบริเวณโดยการวนเป็นแนวตั้ง ขึ้นลงๆ ไปมา จะได้รู้ว่าเราลงได้หมดจรดทุกตารางนิ้วจริงๆ เสร็จแล้วรอให้แห้ง ทดสอบได้โดยการมองดูว่า WAX ได้แห้งเป็นคราบขาวเกิดขึ้นโดยการมองเห็นด้วยตาเปล่าหรือว่าใช้นิ้วมือลูบบนผิวที่เคลือบ Waxไว้ว่าแห้งเป็นฝุ่นติดนิ้วขึ้นมาหรือยัง แต่ส่วนมากทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาทีก็ควรจะเช็ดออกได้เลย เพราะผลิตภัณฑ์บางยี่ห้อ มีสาร คาร์นัวบ้า ที่เข้มข้นมาก อาจจะส่งผลต่อการเช็ดออกได้ยาก หรือเช็ดออกไม่หมด ทำให้เกิดลอยคลาบ WAX เหลืออยู่เมื่อมองด้วยตาเวลารถของคุณจอดตากแดดอยู่นั้นเอง เมื่อ WAX แห้งได้ที่แล้วก็ทำการเริ่มเช็ดจากจุดแรกที่เราลงมือเคลือบ WAX ในตอนแรก ไล่ไปตามที่เราลง WAX จนมาถึงจุดสิ้นสุดที่เดิม วิธีการเช็ดยา WAX ออกก็โดยการใช้ผ้าขนหนูนุ่มๆ เช็ดออก หรือการใช้ผ้า Micro Fiber ที่ละเอียดและนุ่ม ป้องกันการเป็นรอบขนแมวได้ ผ้านี้ก็เหมือนผ้าขนหนูแต่เส้นได้จะเล็กกว่าผมคนเราถึง100เท่า จึงเหมาะมากที่จะเกลี่ย WAX หรือเก็บคราบไขมันของ WAX ที่หลงเหลืออยู่ได้เป็นอย่างดี ยาเคลือบสีจะมีทั้งที่เป็น Carnubar Base และ Polymer Base ยาเคลือบสีที่ดีคือจะต้องสร้างความเงางามให้สีรถคุณได้เป็นอย่างดี ถ้ายิ่งมีส่วนผสมของ Carnubar มากเท่าไหรก็จะยิ่งเงางามมากยิ่งๆขึ้นเท่านั้น แต่ส่วนผสมที่มากก็อาจจะไม่เหมาะกับการใช้มือในการลง WAX เอง อาจจะต้องพึ่งการใช้เครื่องเคลือบสีโดยตรงถึงจะได้ประสิทธิภาพที่ดีที่สุด ส่วน WAX ที่จะแนะนำในตอนนี้ และติดตลาดเป็นที่ยอมรับในวงการคนรักความเงางามอยู่ในตอนนี้ก็คือ WAX จากค่าย Meguiar’s นั้นเอง ที่มีชื่อรุ่นว่า TECH WAX เป็น WAX ที่ใช้ง่ายไม่กินแรงไม่ว่าจะลงด้วยมือหรือเครื่องก็ทำการเคลือบได้มีประสิทธิภาพ และส่วนมากผมก็จะแนะนำลูกค้าให้ใช้ตัวนี้เป็นหลัก จะเหมาะกับสีอ่อน ไปจนถึงสีที่เกือบๆจะเข้ม มีทั้งคุณสมบัติของโฟลิเมอร์อีกด้วย ซึ่งจะทำให้เกาะแน่นเป็นชั้นฟิลม์ขึ้นไปเลื่อยๆ จนกลายเป็น Clear Coated ที่ใส่ จึงทำให้สีรถสะท้อนและเงาลึก ดูสวยงามอยู่ตลอดเวลาครับ ![]() และขั้นตอนสุดท้ายที่มองข้ามไม่ได้ ควรจะฉีดด้วย น้ำยา Quick Detail หรือ Final Detail ก็ได้ครับ ซึ่งตอนนี้ผลิตภัณฑ์ของทาง Meguiar’s ก็มีตัวใหม่เข้ามาที่มีชื่อว่า Ultimate Quick Detailer เป็นน้ำยาที่เมืองนอกเขาใช้กันอย่างแพร่หลายในธุรกิจ Detailing โดยการฉีดหลังเช็ด WAX หมดแล้วเพื่อขจัดคราบที่หลงเหลือของ WAX และยังสามารถเร่งความเงางามของรถคุณให้มีประกายหรือความช่ำออกมาได้ดีที่สุดครับ ต่อมาเรามาดูขั้นตอนการฟื้นฟูสภาพสีรถของเราว่ามีประเภทใดบ้างครับ สิ่งที่จะทำให้เกิดความสะอาด ความเรียบ ความสดใส มีอยู่ด้วยกันหลายวิธี และแต่ละขั้นตอนมีอย่างไรบ้าง เราลองมาดูกันนะครับ วิธีแรกที่น่าสนใจที่สุด ก็คือการใช้ดินน้ำมัน Over Spray Clay เป็นปัจจัยหลักในขั้นตอนแรกเลย ถ้าคุณคิดจะฟื้นฟูสภาพพื้นผิวสีรถของท่านให้กลับมามีสภาพที่ดีที่สุดก่อนขั้นตอนการเคลือบสีต่อไป สำหรับการลบคราบสกปรกขี้ไคลของสีก็ต้องยกให้กลับเจ้าดินน้ำมันที่ว่านี้ ซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษในการดึงคราบต่างๆอันเนื่องมาจากการถูกทำลายจากสภาพแวดล้อม เช่นฝุ่นควัน ฝนกรดยางจากต้นไม้ อุจจาระนก แมลง และจากเกสรดอกไม้ เป็นต้น สิ่งเหล่านี้สามารถทำลายสีรถของคุณได้ทั้งสิ้น ขณะเดียวกัน การล้างรถ และขัดเงาไม่ถูกวิธี อาจทำให้รถเป็นรอยเป็นวง และ รอยขีดข่วนได้ ดังนั้นการใช้ดินน้ำมัน Over SparayClay ก็สามารถขจัดคราบสกปรกอย่างที่กล่าวมาข้างต้นได้เป็นอย่างดี เป็นวิธีที่สามารถทำได้ด้วยตนเอง หลังจากที่เราล้างรถเสร็จเช็ดคราบน้ำและทำผิวสีรถเราให้เรียบและแห้งที่สุดแล้ว จากนั้นลงตามด้วยดินน้ำมันกับ QuickDetailer ลูบเป็นวงก้นหอยไปรอบๆรถของคุณ และเช็ดคราบน้ำยาอีกครั้ง ด้วยผ้า ไมโครไฟเบอร์ สิ่งที่สำผัสได้ก็คือ ผิวรถคุณจะกลับมาเรียบเนียนอีกครั้ง เมื่อคุณลองเอามือลูบไปตามผื้นผิวของรถคุณเอง Carwashclub 58/91 หมู่ 1 ถ.บางกรวย-ไทรน้อย ต.วัดชลอ อ.บางกรวย จ.นนทบุรี 11130 Tel.02-883-7068 Mobile.081-712-9925 ![]()
| ||||||||||||||
|
| |||||||||||||

โดยทำการล้างทำความสะอาดด้วยขั้นตอนแรกไม่ว่าจะใช้แชมพูล้างรถของยี่ห้อต่างๆที่มีอยู่ในท้องตลาดเวลานี้ ขอให้คุณลองตรวจสอบว่าไม่มีส่วนผสมของผงซักฟอกในการทำความสะอาด ควรดูว่าให้ค่า ph นั้นเป็นกลาง ในบางยี่ห้ออาจมีส่วนผสมของ WAX หรือสารโพลิเมอร์สังเคราะห์เพื่อทำให้สีรถของคุณเงางาม และคงความใหม่อยู่เสมอ และแนะนำว่าอย่าล้างรถในที่กลางแจ้งที่มีแดดแรงส่องผ่าน เพราะถ้าเราล้างหรือเช็ดไม่ทัน เมื่อเกิดความร้อนมากๆ ผิวสีรถของท่านจะร้อนและจะทิ้งคราบน้ำได้เร็วมาก อาจส่งผลที่ไม่ดีต่อสีรถของคุณ ทำให้เกิดสีด่างเป็นดวงๆได้





